| |

จากมาดริดถึงกรุงเทพ : 16 วันบทสัมภาษณ์ทหารปลอม เปลี่ยนแรงงานไทยในอิสราเอล ให้เป็นทหารรับจ้างได้อย่างไร ?

ย้อนกลับไปในวันที่ 7 ตุลาคม 2566 ในบริเวณทางใต้ของประเทศอิสราเอลได้เกิดเหตุการณ์การโจมตีของกลุ่มติดอาวุธฮามาสและกองกำลังปาเลสไตน์หลายกลุ่ม ภายใต้ชื่อ ปฏิบัติการอัล-อักซอ ฟลัด (Operation Al-Aqsa Flood) ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 1,195 คน โดยคนไทยมีจำนวนผู้เสียชีวิตมากที่สุดในบรรดาชาวต่างชาติกว่า 42 คน จาก 71 คน และมีคนไทยอีก 28 คน ถูกจับไปเป็นตัวประกัน

ในจำนวนคนไทยที่อาศัยอยู่ในอิสราเอลในช่วงเวลาเกิดเหตุนั้นเป็นแรงงานจากโครงการความร่วมมือไทย – อิสราเอลเพื่อการจัดหางาน (Thailand-Israel Cooperation on the Placement of Workers : TIC) ข้อมูลจากกรมการจัดหางาน กรมแรงงานพบว่า แรงงานไทยเดินทางไปอิสราเอล สะสมระหว่างปี 2561-2566 จำนวน 25,962 คน (ข้อมูลสิ้นสุดเดือนสิงหาคม 2566) ซึ่งแรงงานส่วนใหญ่อยู่ในภาคการเกษตร

แต่หลังจากเกิดเหตุการณ์นี้เพียงไม่กี่วัน ในโซเชียลมีเดียได้มีความพยายามที่จะอธิบายว่ากลุ่มแรงงานไทยที่อยู่ในประเทศอิสราเอลนั้นแท้จริงแล้วคือ ‘ทหารรับจ้าง’ เกิดขึ้นมาเป็นคำอธิบาย เกิดการถกเถียงในสังคมและส่งผลต่อแรงงานที่ไทยที่เป็นผู้ได้รับผลกระทบมาที่สุดจากเหตุการณ์นี้ ถูกเหมารวมว่าพวกเขาเป็นกลุ่มทหารรับจ้าง ท่ามกลางความชุลมุนของเหตุการณ์

บทความนี้จึงจะเป็นความพยายามที่จะย้อนกลับไปดูการเกิดขึ้นของ คำอธิบายว่าแรงงานไทยเป็น ‘ทหารรับจ้าง’ ว่าเกิดขึ้นมาได้อย่างไร และใครกันที่พยายามผลักดันคำอธิบายเหล่านั้น ที่ทำให้บางคนในไทยเชื่อว่า

“แรงงานไทยไม่ใช่เหยื่อแต่เป็นการทหารรับจ้างที่ได้ค่าแรงสูงถึง 150,000 บาทต่อสัปดาห์”

เมล็ดพันธุ์จากมาดริด

ภาพจาก archive.ph (เนื่องจากต้นฉบับลบไปแล้ว), สืบค้นเมื่อ 12 ก.พ. 2569

จุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมดไม่ได้เกิดขึ้นในประเทศไทย หรือแม้แต่ในอิสราเอล แต่เริ่มขึ้นที่ประเทศสเปน เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2566 หนังสือพิมพ์ El Mundo[4] ได้ตีพิมพ์บทสัมภาษณ์นาย Pedro Diaz Flores (เปโดร ดิอาซ ฟลอเรส) อดีตทหารชาวสเปนที่อ้างว่าตนเองไปทำงานเป็นทหารรับจ้างในพื้นที่ชายแดนกาซา ภายใต้ชื่อบทความที่หากแปลเป็นภาษาไทยคือ “ได้รับเงิน 3,900 ยูโรต่อสัปดาห์ : ทหารรับจ้างชาวสเปนเข้าร่วมต่อสู้กับกลุ่มฮามาสในกาซา: “พวกเขาจ่ายเงินสูงมาก พร้อมกับมีทีมและอุปกรณ์ที่ดี และที่สำคัญงานก็สบายสุด ๆ” โดยแปลมาจากชื่อในภาษาสเปนที่ใช้ชื่อว่า “Cobra “3.900 euros por semana” : Un mercenario español ayudando a combatir a Hamas en Gaza: “Pagan muy bien, buena equipación y trabajo tranquilo”

โดยเนื้อหาเต็มของบทความนี้ทางทีมผู้เขียนได้ว่าจ้างคุณภูริ สันติกาญจน์ ให้มีการแปลจากภาษาสเปนเป็นภาษาไทย โดยสามารถอ่านเนื้อหาต้นฉบับภาษาไทยได้จาก ลิงก์นี้ 

และในบทความขนาดประมาณ 1,340 คำนี้คือการสัมภาษณ์ที่เน้นไปที่ประสบการณ์ของเปโดร ในฐานะทหารรับจ้างภายใต้กองทัพอิสราเอล เปโดรได้บอกเล่าถึงเนื้อหาสำคัญ ๆ หลายประการอย่างเช่น

  • การรับงานในอิสราเอล :ปโดรปฏิบัติหน้าที่เป็นทหารรับจ้างในพื้นที่อิสราเอลและชายแดนกาซา โดยทำงานให้กับบริษัททหารเอกชน (PMC) เช่น Raven และ Global CST เพื่อสนับสนุนด้านความปลอดภัยให้กับกองกำลังอิสราเอล
  • ค่าตอบแทนที่สูงมาก: เขาได้รับค่าจ้างประมาณ 3,900 ยูโรต่อสัปดาห์ (ประมาณ 1.5 แสนบาท) ซึ่งเขาระบุว่างานที่ได้รับค่อนข้างสบายและมีอุปกรณ์ที่ดี
  • แรงจูงใจทางการเงิน: ในครั้งนี้เขาเลือกเข้าร่วมเพราะเหตุผลด้านปากท้องและเงินทองเป็นหลัก ต่างจากตอนที่ไปรบในยูเครนซึ่งเขารู้สึกว่าเป็นเรื่องของความเชื่อและหน้าที่
  • การตกเป็นเป้าของข่าวปลอมจากรัสเซีย: รัสเซียเคยประกาศว่าเขาเสียชีวิตแล้วที่บัคห์มุต และใส่ร้ายว่าเขาเป็น “นักเก็บนิ้ว” (ตัดนิ้วผู้อื่น) ถึงขั้นมีการตั้งค่าหัวสูงถึง 10,000 ดอลลาร์ นอกจากนี้ยังมีการส่งบุคคลน่าสงสัยไปคุกคามญาติของเขาที่บ้านเกิด
  • ประสบการณ์ที่ย่ำแย่ในยูเครน: เขาเผยว่าการรบในยูเครนช่วงหลังมีการจัดการที่แย่ อุปกรณ์ไม่พร้อม และการจ่ายเงินล่าช้าจนบางครั้งไม่ได้รับเงินเลย ทำให้เขาตัดสินใจรับงานในอิสราเอลแทน
  • บทบาทหน้าที่ในปัจจุบัน: ปัจจุบันเขาเน้นการรักษาความปลอดภัยให้ขบวนขนส่งอาวุธและเฝ้าจุดตรวจบริเวณชายแดนกาซาและจอร์แดน โดยระบุว่าไม่ได้ปะทะกับกลุ่มฮามาสโดยตรง
  • มุมมองต่อความขัดแย้ง: เปโดรสนับสนุนฝั่งอิสราเอลโดยมองว่าฮามาสเป็นฝ่ายเริ่มก่อน และวิจารณ์กลุ่มฮามาสว่าใช้พลเรือนและสถานที่สาธารณะอย่างโรงพยาบาลเป็นเกราะป้องกันตนเอง

ตัวเลขค่าตอบแทนของเขาต่อสัปดาห์ หรือ 3,900 ยูโรนี้เองคือ “เมล็ดพันธุ์” ของข่าวปลอมชิ้นอื่น ๆ ที่เติบโตขึ้นมาในภายหลัง เพราะเมื่อคำนวณเป็นเงินไทยจะได้ประมาณ 150,000 บาท ซึ่งเป็นตัวเลขชุดเดียวกับที่ปรากฏในโพสต์ของเนื้อหาหลายช่อง และจากเพจ เว็บไซต์ เว็บบล็อคในไทยในเวลาต่อมา

5 ขั้น 16 วัน : ข่าวจากมาดริดมาถึงบ้านพระอาทิตย์ได้ยังไง?

เพียง 2 วันหลังจากข่าวที่สเปนถูกตีพิมพ์ในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2023 กระบวนการ “ฟอกข้อมูล” ก็เริ่มทำงานทั้งในต่างประเทศและในประเทศไทย บทสัมภาษณ์จากหนังสือพิมพ์ El Mundo ที่ตั้งอยู่ในเมืองมาดริด ประเทศสเปน ถูกนำมาใส่สีตีไข่ใหม่ผ่านหลากหลายสื่อ จากการที่ผู้เขียนได้สืบค้น เปรียบเทียบ และเรียบเรียงลำดับเวลาของเนื้อหาที่มาจากหลายสื่อ ทำให้เราพบว่าแม้จะมีการอ้างอิงแหล่งข้อมูลเดียวกันคือการสัมภาษณ์เปโดร แต่ในระหว่างทางได้มีการปรับเปลี่ยนและแต่งเติมเนื้อหาเข้าไป

โดยผู้เขียนพบว่าสามารถแบ่งออกได้เป็นอย่างน้อย 5 ขั้นตอน ที่ทำให้เกิดการผสมปนเปเนื้อหาใหม่ ๆ เข้าไป จนทำให้การสัมภาษณ์ของ ทหารสเปนเฝ้าด่าน กลายเป็น แรงงานชาวไทยไปแอบแฝงเป็นนักรบรับจ้างในอิสราเอล

ขั้นที่ 1 จุดเริ่มต้นของการป้ายสี : จาก El Mundo สู่ Quds News

ภาพจาก X: Quds News, สืบค้นเมื่อ 10 ก.พ. 2569

หลังจากการเผยแพร่บทความต้นฉบับใน El Mundo เพียง 2 วัน สำนักข่าว Quads News[6] หรือสำนักข่าวที่มีแนวทางสนับสนุนฝั่งปาเลสไตน์ (Pro-Palestine) ก็ได้นำเอาภาพบทความต้นฉบับที่อยู่ในรูปแบบหนังสือพิมพ์และภาพประกอบของบทความ มานำเสนอในแพลตฟอร์ม X เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2566 เวลา 06:56 น. โดยมีเนื้อหาในโพสต์เมื่อแปลเป็นภาษาไทยได้ดังนี้

รายงานฉบับใหม่ของ El Mundo เปิดเผยว่า #อิสราเอล (#Israel) กำลังใช้ทหารรับจ้างใน #ฉนวนกาซา (#Gaza)
รายงานดังกล่าวได้สัมภาษณ์ Pedro Diaz Flores (เปโดร ดิอาซ ฟลอเรส) ทหารรับจ้างชาวสเปน ซึ่งเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มนีโอนาซี เขาเคยร่วมรบในยูเครนและเมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้ปรากฏตัวร่วมกับทหารอิสราเอลในฉนวนกาซา
โดยเขาบอกกับสำนักพิมพ์ว่า “พวกเขาจ่ายเงินให้ผมอย่างงาม” [7]

และจากการวิเคราะห์เนื้อหาเทียบเคียงกับต้นฉบับของ El Mundo ผู้เขียนพบว่ามีเนื้อหาที่ถูกบิดเบือนไปจากต้นฉบับอยู่ 2 ส่วนคือ การเพิ่มเติมเนื้อหาว่าประเทศอิสราเอลมีการใช้ทหารรับจ้างในการรุกรานกาซา ทั้ง ๆ ในคำสัมภาษณ์นั้น Pedro Diaz Flores ได้บอกอย่างชัดเจนว่าหน้าที่ของเขาคือการทำงานในด่านตรวจที่บริเวณที่ราบสูงโกลัน ดั่งประโยคด้านล่างนี้ที่แปลมาจากต้นฉบับภาษาสเปน

ผมอยู่ที่ที่ราบสูงโกลัน (Golan Heights) ในอิสราเอล เพื่อที่จะสนับสนุน ความปลอดภัยให้กับการขนส่งอาวุธ และการเสริมกำลังให้กับทหารอิสราเอลที่อยู่ในฉนวนกาซา พวกเราไม่ได้ต่อสู้กับพวกฮามาสโดยตรง และจริง ๆ แล้วพวกเราก็ไม่ได้รู้สึกด้วยซ้ำว่าเรามีส่วนร่วมกับการรบครั้งนี้ พวกเราแค่รักษาความปลอดภัยของจุดตรวจต่าง ๆ และควบคุมการเข้าถึงแนวชายแดนของกาซาและจอร์แดนเท่านั้น

และสำหรับเนื้อหาที่ถูกเพิ่มเติมเข้ามาในส่วนที่สองคือการเติมว่าเปโดรนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มนีโอนาซี ซึ่งขัดแย้งกับในเนื้อหาต้นฉบับที่เขาพยายามปฏิเสธ

…หลังจากนั้นก็มีการจัดตั้งแคมเปญขึ้นมาโดยใช้บอทจากประเทศรัสเซีย โดยอ้างว่าเจ้าตัวเป็นคนขายนิ้วมือดองและถูกเรียกว่านาซี เหมือนกันกับที่รัสเซียได้พูดถึงยูเครนหรือประเทศใด ๆ ก็ตามที่ป้องกันการโจมตีจากรัสเซีย “ผมรู้สึกเหมือนอยู่ในโลกเสมือนจริง” เขากล่าว และหลังจากนั้นเขาก็พูดติดตลกหรือแซวตัวเองว่า เขาคือ The Finger Picker (นักเก็บนิ้ว) ให้กับคนที่แต่งเรื่องว่าเขาตาย

โดยในเนื้อหาข่าวได้บอกเล่าถึงเหตุการณ์ที่ประเทศรัสเซียมีการใช้ปฏิบัติการทางข่าวสารในการสร้างภาพลักษณ์ของเปโดรให้เป็นคนที่ฝักไฝ่ในอุดมการณ์ของพรรคนาซี ซึ่งจะเห็นว่าในบทความเป็นการอธิบายว่านาซีเป็นเรื่องที่ถูกใส่ร้ายอย่างชัดเจน แต่เมื่อเปรียบเทียบกับเนื้อหาที่อยู่ในโพสต์ของ Quds News กลับกลายเป็นการนำเอาข่าวลือที่ถูกอธิบายแล้วในบทความต้นฉบับกลับมาใช้อีกรอบ ซึ่งอาจจะตีความได้ว่าทำให้ผู้อ่านเห็นถึงความย้อนแย้งของกองทัพอิสราเอลที่นำเอาผู้ที่มีอุดมการณ์ตรงข้ามกันมาใช้ในการรบ

ขั้นที่ 2 ใส่ไข่เพิ่มว่าชาวเอเชียร่วมรบ : จาก Quds News สู่ สถานการณ์ตะวันออกกลาง by ข่าวโลกที่3

ภาพจาก Facebook: สถานการณ์ตะวันออกกลาง by ข่าวโลกที่3, สืบค้นเมื่อ 5 ก.พ. 2569

หลังจากเนื้อหาต้นฉบับได้ผ่านไปยัง Quds News และมีการบิดเบือนเนื้อหาอย่างน้อย 2 ข้อคือ 1) เปลี่ยนเปโดรจากทหารเฝ้าด่านตรวจให้เป็นทหารที่รุกรานในกาซา 2) เพิ่มคำอธิบายว่าเขาคือพวกนีโอนาซี โดยอาจจะหวังนำเอาความย้อนแย้งเรื่องการที่ชาวยิวใช้ทหารนาซีมาช่วยรบเป็นจุดสนใจเพื่อนำคนเข้ามาอ่านเนื้อหาเพิ่มเติม เพียง 1 วันหลัง Quds News เผยแพร่ทางเพจเฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า สถานการณ์ตะวันออกกลาง by ข่าวโลกที่3[8][9] ก็ได้นำเอาเนื้อหาที่คล้ายกันกันเนื้อหาที่ได้เผยแพร่ใน Quds News มาเผยแพร่ต่อ โดยได้แชร์ภาพหน้าจอของข่าวต้นฉบับและแคปชั่นภาษาไทยว่า

อิสราเอลใช้ทหารรับจ้างชาวยุโรปและเอเชียทำสงครามกับฮามาส ในฉนวนกาซา
หนังสือพิมพ์ “El Mundo” ของสเปน: อิสราเอลได้ใช้กองทัพทหารรับจ้างต่างชาติในระหว่างการปฏิบัติการภาคพื้นดินในฉนวนกาซาเพื่อแลกกับการให้การสนับสนุนทางการเงิน
เปโดร ดิอาซ ฟลอเรส นักสู้ชาวสเปนให้สัมภาษณ์กับ El Mundo: ฉันมาเพื่อเงิน พวกเขาจ่ายราคาดี มีอุปกรณ์ที่ดี และเงินเดือนรายสัปดาห์อยู่ที่ 3,900 ยูโร
ข่าวโลกที่3

หากประเมินจากเนื้อหาและเวลาในการเผยแพร่จะเห็นได้ว่าทางเพจมีการโพสต์หลัง Quds News ใน X ประมาณ 1 วัน และเนื้อหามีความสอดคล้องไปในทางเดียวกัน โดยมีการอธิบายว่าเปโดร ไปร่วมรบ “ในพื้นที่ฉนวนกาซา” แต่สิ่งที่แตกต่างคือ ทางเพจมีการเน้นย้ำเรื่องรายได้ต่อสัปดาห์คือ 3,900 ยูโร และสำหรับส่วนที่บิดเบือนที่สำคัญคือคือการใส่เนื้อหาเพิ่มเติมไปว่าประเทศอิสราเอลมีการใช้ชาวเอเชียในการรบกับกลุ่มฮามาสในพื้นที่กาซา ซึ่งเรื่องนี้ไม่เป็นความจริงเนื่องจากในบทความต้นฉบับที่บอกเพียงว่า

ในภาพถ่ายมีทหารมากมายเช่น ทหารจากฝรั่งเศส เยอรมัน แอลเบเนีย และนาวิกโยธินจากอเมริกา หรือกองกำลังพิเศษที่พวกเขาได้ผ่านภารกิจที่อิรัก

จากประโยคข้างต้นจะเห็นได้ว่าทางต้นฉบับเนื้อหาจาก El Mundo ที่สัมภาษณ์เปโดรไม่ได้มีการระบุไว้เลยว่ามีทหารรับจ้างจากเอเชีย และจากการค้นหาและเรียบเรียงข้อมูลทำให้พบว่าทางเพจสถานการณ์ตะวันออกกลาง by ข่าวโลกที่ 3 คือเพจแรกที่มีการนำเอาชาวเอเชีย เข้าไปผสมกับบทความต้นฉบับจนภายหลังได้ถูกหยิบไปใช้จากสื่ออื่น ๆ ต่อไป

ดังนั้นแล้วในขั้นตอนนี้จะพบว่า เนื้อหาที่บิดเบือนและถูกส่งต่อผ่านเพจสถานการณ์ตะวันออกกลาง by ข่าวโลกที่ 3 คือการบอกว่ามีจ้างทหารจากประเทศในภูมิภาคเอเชีย เข้าร่วมรบกับกองทัพอิสราเอลในฐานะทหารรับจ้าง

ขั้นที่ 3 จากเพจสถานการณ์ตะวันออกกลาง by ข่าวโลกที่ 3 สู่บล็อก World Update​ ใน Blockdit : จุดเปลี่ยนของการป้ายสีสู่แรงงานไทย

ภาพจาก Blockdit: Explore World, สืบค้นเมื่อ 3 ก.พ. 2569

ในขั้นที่ 3 นี้คือการเดินทางของเนื้อหาจากเพจ สถานการณ์ตะวันออกกลาง by ข่าวโลกที่ 3 บนแพลตฟอร์ม Facebook สู่เพจ Explore World บนแพลตฟอร์ม Blockdit โดยทางขั้นที่แล้วผู้เขียนได้พบว่ามีการบิดเบือนว่ามีชาวเอเชียเข้ามาเป็นทหารรับจ้างแล้ว และในขั้นนี้คือจุดเริ่มต้นของการกล่าวหาแรงงานไทย

สำหรับเนื้อหาในขั้นที่ 3 นี้ที่มาจากเพจที่ใช้ชื่อว่า “Explore World” ในแพลตฟอร์ม Blockdit[10] ได้ทำให้แรงงานไทยเข้ามาเกี่ยวข้องโดยตรงเนื่องจากมีการชี้นำด้วยประโยคที่บอกว่า “แรงงานไทยไปแอบแฝงเป็นทหารรับจ้างด้วย” ทางเพจได้เผยแพร่บทความภายใต้ชื่อ “EN194 อ้าว! ถอดใจ อิสราเอล จ้างทหารรับจ้างต่างชาติซะแล้ว” [11] และจากการเปรียบเทียบเนื้อหาจากเพจ จากเพจสถานการณ์ตะวันออกกลาง by ข่าวโลกที่ 3 และเนื้อหาที่เผยแพร่ใน Explore World พบว่า มีข้อแตกต่างกันอย่างน้อย 2 ข้อที่ถูกเพิ่มเข้ามา

1) การมีอยู่ของทหารรับจ้างชาวไทย โดยบทความของ Explore World นี้ถือเป็นชิ้นแรกที่ได้กล่าวหาว่าชาวไทยมีส่วนการรบครั้งนี้ จากประโยคที่บอกว่า

…และพบทหารรับจ้างชาวไทย ส่วนน้อยนิด แอบแฝงไปด้วยวิธีการไม่แน่ชัด เป็นทหารรับจ้างในกองทัพอิสราเอลด้วย ซึ่งเป็นการทำในนามส่วนตัวไปยุ่งเกี่ยวปัญหาความแย้งสงคราม..

โดยเป็นบิดเบือนประเด็นด้วยการเพิ่มเนื้อหาใหม่เข้าไป เพื่อบอกว่าในบทสัมภาษณ์ของเปโดรนั้นเขาได้บอกว่าพบเจอทหารที่มาจากประเทศไทยที่แอบแฝงเข้ามาเป็นทหารรับจ้างกับเขาด้วย โดยคำกล่าวอ้างนี้ไม่มีอยู่เนื้อหาต้นฉบับภาษาสเปนเลย

2) เหตุผลของการจ่ายเงินค่าจ้างรายอาทิตย์ ในบทความนี้ได้มีเพิ่มเติมเหตุผลของการจ่ายเงินค่าจ้างของทหารรับจ้างเป็นรายอาทิตย์ว่าเพราะเป็นงานความเสี่ยงสูงทำให้มีโอกาสรอดน้อย โดยได้เขียนบอกไว้ว่า

ถ้ารอดชีวิตได้ครบสัปดาห์จะได้รับเงินค่าจ้างที่ 3,900 ยูโร (148,132 บาท) โดยจ่ายเงินเป็นรายสัปดาห์ เพราะโอกาสรอดชีวิตในสนามรบนานนั้นมีน้อยจึงจ่ายเป็นรายเดือนไม่ได้

ซึ่งในบทความต้นฉบับไม่ได้มีการอธิบายเรื่องเหตุผลของการจ่ายเงินค่าจ้างเป็นรายอาทิตย์เอาไว้ โดยแต่บอกเพียงว่าเปโดรนั้นทำงานเพียง 2 อาทิตย์เท่านั้น อีกทั้งยังระบุว่าเป็นงานที่ “งานก็สบายสุด ๆ” เพราะงานของเขาคือการเฝ้าด่านตรวจซึ่งขัดแย้งกับเหตุผลที่ทางผู้เขียนของ Explore World ที่พยายามจะแต่งเติมว่าเป็นงานที่มีความเสี่ยงเพราะเป็นการไปรบในสนามรบ

จากการวิเคราะห์เนื้อหาที่ถูกเพิ่มเติมเข้ามาจะทำให้เห็นได้ว่าในบทความนี้บิดเบือนข้อมูลโดยการเพิ่มเติมข้อมูลใหม่เข้าไปในบทความ โดยการเริ่มชี้นำว่า “แรงงานไทย” คือหนึ่งในกลุ่มที่มีการแอบแฝงเข้าไปเป็นทหารรับจ้างที่อยู่ภายใต้การดูแลของกองทัพอิสราเอล

ขั้นที่ 4 จาก World Update​ สู่ สถาบันทิศทางไทย

ภาพจาก YouTube: the critics Live, สืบค้นเมื่อ 16 มี.ค. 2569

หลังจากเพจ World Update ได้เผยแพร่เนื้อหาในแพลตฟอร์ม Blockdit เพียง 2 วันทางช่องยูทูปชื่อ “the critics Live” หรือชื่อเดิมที่ใช้ในขณะนั้นคือ “สถาบันทิศทางไทย”[12] ก็ได้นำเอาเนื้อหาจาก World Update มาขยายต่อในรูปแบบวีดีโอ ภายใต้ชื่อหัวข้อว่า “ทหารรับจ้างสเปน แฉออกสื่อ อิสราเอลจ้างมารบแนวหน้า มีชาติยุโรป-เอเชียด้วย” วีดีโอนี้มีความยาวประมาณ 4 นาทีและมีการเผยแพร่เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2023 โดยมีการให้เครดิตอย่างชัดเจนว่าเนื้อหามาจาก World Update ที่บริเวณคำอธิบายของคลิป

และจากการวิเคราะห์ของผู้เขียนพบว่าเนื้อหาส่วนใหญ่ของวีดีโอจะสอดคล้องกับเนื้อหาในที่ทางเพจ World Update เผยแพร่ แต่ก็มีส่วนหนึ่งที่ถูกเพิ่มเข้ามาอย่างมีนัยยะสำคัญคือการอธิบายว่าถึงโครงการ Mahal[14] ที่อาจจะเป็นที่มาของการรับสมัครแรงงานไทยเข้าสู่การเป็นทหารรับจ้างของกองทัพอิสราเอล โดยมีส่วนที่อธิบายถึงโครงการ Mahal ว่า

ทั้งนี้อิสราเอลยังมีการใช้ทหารรับจ้างในโครงการ Mahal รับชาวต่างชาติเข้าเป็นทหารรับจ้างใน กองทัพอิสราเอลนาน 18 เดือนส่งไปต่อสู้เต็มรูปแบบทำให้มีทหารรับจ้างอังกฤษหลายพันคนแต่งกายเป็นทหารอิสราเอลอยู่ในสงครามเขตกาซาแล้ว

และแม้จะไม่มีการกล่าวถึงแรงงานไทยโดยตรงในคลิปนี้แต่เลือกที่จะใช้คำว่า

มีทั้งชาวยุโรปและเอเชียที่แอบแฝงไปในคราบของผู้ใช้แรงงานเพราะอิสราเอลจ่ายราคาดี

ประโยคนี้คือจุดที่สื่อถึงแรงงานจากแถบเอเชีย (ซึ่งคนไทยเป็นกลุ่มใหญ่ที่สุดในภาคเกษตรกรรมของอิสราเอล) โดยเนื้อหาในคลิปพยายามตั้งข้อสังเกตว่า มีทหารรับจ้างปลอมตัวมาเป็นแรงงานเหล่านี้

…อิสราเอลก็อ้างว่าถูกฮามาสสังหารแรงงานต่างชาตินี่เอง จึงพบว่ามีชาวต่างชาติถูกทหารฮามาสจับกุมตัวได้

ในช่วงที่เกิดเหตุการณ์ ข่าวการจับแรงงานต่างชาติเป็นตัวประกันส่วนใหญ่เป็นแรงงานไทย ข้อความนี้จึงอาจะเป็นการพูดถึงสถานการณ์ที่คนไทยเผชิญอยู่โดยใช้คำรวม ๆ ว่า “แรงงานต่างชาติ”

…น่าสังเกตในช่วงหลัง พลเมืองบางชาติถูกสังหารและจับมากผิดปกติเพิ่มขึ้น…

คำว่า “บางชาติ” ในที่นี้ ผู้บรรยายอาจจะละไว้ในฐานที่เข้าใจสำหรับผู้ชมชาวไทย ว่าหมายถึงคนไทยที่มียอดผู้เสียชีวิตและถูกจับเป็นตัวประกันสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของชาวต่างชาติ

โดยจะเห็นได้ว่าแม้จะไม่มีการเอ่ยถึงแรงงานไทยโดยตรง และมีความพยายามในการใช้คำเลี่ยงอย่าง “ผู้ใช้แรงงาน” “แรงงานต่างชาติ” “พลเมืองบางชาติ” โดยผู้บรรยายใช้ “คำเลี่ยง” หรือคำกว้าง ๆ ที่สื่อถึงบริบทของแรงงานต่างชาติในอิสราเอล ซึ่งในช่วงเวลานั้น (ปลายปี 2566) คนไทยได้รับผลกระทบมากที่สุด

สำหรับเนื้อหาที่มีการเพิ่มเติมเข้ามาจากวีดีโอชิ้นในที่ไม่มีอยู่ในในเนื้อหาของ World Update คือการอธิบายตัวโครงการ Mahal และอาจะมองได้ว่าถูกใช้ฐานะเป็นโครงการที่ทำให้มีการเปิดรับทหารรับจ้างต่างชาติ และแรงงานไทยเข้าไปร่วมเป็นทหารรับจ้างได้ผ่านโครงการนี้ได้นั่นเอง

ขั้นที่ 5 จากสถาบันทิศทางไทย สู่ Sondhitalk : ไทยเป็นทหารรับจ้างในคราบแรงงาน

ภาพจาก YouTube: Sondthitalk, สืบค้นเมื่อ 1 มี.ค. 2569

บทสัมภาษณ์ของทหารสเปนได้เดินทางมาจนถึงบ้านพระอาทิตย์ในท้ายที่สุด โดยช่องในแพลตฟอร์ม Youtube ชื่อ “Sonthitalk หรือ คุยทุกเรื่องกับสนธิ” ที่คุณสนธิ ลิ้มทองกุล เป็นผู้ดำเนินรายการได้มีการบอกเล่าเนื้อหาที่คล้ายคลึงกันกับเนื้อหาที่เผยแพร่ในสถาบันทิศทางไทย และเพจ World Update ใน Blockdit โดยมีประเด็นที่คล้ายคลึงกันอย่างน้อย 6 ข้อประกอบไปด้วย

  1. แหล่งอ้างอิงและตัวละครหลัก: ทั้งสองแหล่งอ้างอิงข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ El Mundo ของสเปน และระบุชื่อทหารรับจ้างชาวสเปนคนเดียวกันคือ เปโดร เดียซ ฟลอเรส (Pedro Diaz Flores)
  2. อัตราค่าตอบแทน: ให้ข้อมูลตัวเลขตรงกันคือ ค่าจ้างรายสัปดาห์ประมาณ 3,900 ยูโร (หรือประมาณ 148,000 – 150,000 บาท) และหากรอดชีวิตครบเดือนจะได้เงินประมาณ 600,000 บาท
  3. กลยุทธ์การอำพราง: ทั้งคู่ระบุว่าอิสราเอลใช้ทหารรับจ้างต่างชาติ (รวมถึงชาวเอเชีย) โดยให้แฝงตัวมาในคราบของ “ผู้ใช้แรงงาน” เพื่อปกปิดสถานะ
  4. การปฏิเสธความรับผิดชอบ: มีประเด็นที่ระบุว่า หากทหารรับจ้างเหล่านี้เสียชีวิต อิสราเอลจะเคลมว่าเป็นแรงงานต่างชาติที่ถูกกลุ่มฮามาสสังหาร เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการกดดันรัฐบาลต่างชาติ
  5. สถานะของเชลย/นักโทษ: ทั้งสองแหล่งพูดถึงการที่ฮามาสเรียกผู้ถูกจับกุมว่าเป็น “นักโทษ” (ผู้บุกรุกดินแดนอย่างผิดกฎหมาย) ไม่ใช่แค่ตัวประกันทั่วไป และระบุถึงจำนวนเชลยประมาณ 240 คน (เป็นชาวต่างชาติกว่า 100 คน)
  6. บทบาทของอิหร่าน: ทั้งคู่กล่าวถึงนัสเซอร์ คานานี โฆษกกระทรวงต่างประเทศอิหร่าน ที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางเจรจาตามการร้องขอจากประเทศต่างๆ

และจากแปลงเสียงเป็นข้อความของวีดีโอนี้ ทำให้ผู้เขียนพบว่าเนื้อหาใน Sonthitalk มีการเน้นย้ำถึงแรงงานไทยอยู่หลายจุดอย่าง

…ผมว่ามันผิดสังเกตนะว่าแรงงานไทยที่ว่ากันส่วนใหญ่ไปรับจ้างทำการเกษตรอิสราเอลกับเสียชีวิตเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ยกตัวอย่างในวันจันทร์ที่ผ่านมามีคนไทยเสียชีวิตเพิ่มไป 5 คน

ท่านผู้ชมรู้มั้ยว่าข่าวลือแพร่สะพัดมาสักพักแล้วฮะ ว่ามีชาวต่างชาติจำนวนหนึงซึ่งรวมถึงคนไทยด้วยเข้าไปเป็นทหารรับจ้างในอิสราเอลเพื่อรบกับกลุ่มปาเลสไตน์

ตอนนี้เนี่ยนายเปโดรเนี่ย กำลังทำการรบอยู่แนวหน้าสงครามพร้อมกับฐาน รับจ้างชาติอื่น ๆ มีทั้งยุโรปเอเชีย น่าจะเป็นประเทศไทยที่แอบแฝงในคราบผู้ใช้แรงงานเพราะว่าอิสราเอลจ่ายผลตอบแทนดี และมีการพบทหารรับจ้างไทยจำนวนหลักร้อยคนที่แอบแฝงเป็นทหารรับจ้างในกองทัพอิสราเอลด้วย

แต่ผมก็ยังเชื่อนะครับว่าคนไทยที่ไม่ยอมกลับ ทำไมไปตายเพิ่มอีกตั้ง 4-5 คน น่าที่จะอนุมานได้ว่าคนไทยพวกนี้น่าเห็นใจอยากได้เงิน เข้าไปรบเป็นทหารรับจ้าง ถ้าผ่านไปแล้ว 4 อาทิตย์อาจจะได้ 600,000 บาท หรืออาจจะได้เงิน 600,000 บาทแล้วกลับละ แต่บางคนโชคไม่ดีโดนควันหลงก็ต้องตายไปก่อน

หากเทียบเนื้อหาย้อนกลับไปยังของสถาบันทิศทางไทยและ World Update แล้วจะพบว่า Sonthitalk ถือเป็นครั้งแรกที่มีการกล่าวอ้างหรือแต่งเติมไปว่ามีการทหารรับจ้างไทยกว่า “100 คน” ที่ “แอบแฝง” เป็นทหารรับจ้างในกองทัพอิสราเอล เพราะในเนื้อหาต้นฉบับของ World Update ที่เผยแพร่ไปก่อน Sonthitalk ถึง 12 วัน กล่าวเพียงว่า และพบทหารรับจ้างชาวไทย ส่วนน้อยนิด และเนื้อหาจากสถานบันทิศทางไทยกล่าวว่า “แอบแฝงไปในคราบของผู้ใช้แรงงาน” ซึ่งไม่เคยมีการกล่าวถึงตัวเลขของทหารรับจ้างไทยในจำนวนหลัก 100 มาก่อน

และสิ่งที่น่ากังวลคือนอกเหนือไปจากการกล่าวอ้างจำนวนของทหารรับจ้างไทยกว่าหลักร้อยแล้ว ทาง Sonthitalk ยังได้ชี้นำว่าการที่แรงงานไทยไม่ยอมกลับในภาวะสงครามเนื่องจากต้องการได้เงินค่าจ้างจากการเป็นทหารรับจ้างจากประโยค

อนุมานได้ว่าคนไทยพวกนี้น่าเห็นใจอยากได้เงิน เข้าไปรบเป็นทหารรับจ้าง ถ้าผ่านไปแล้ว 4 อาทิตย์อาจจะได้ 600,000 บาท หรืออาจจะได้เงิน 600,000 บาทแล้วกลับละ แต่บางคนโชคไม่ดีโดนควันหลงก็ต้องตายไปก่อน

ดังนั้นเนื้อหาของ Sonthitalk ที่กล่าวถึงแรงงานไทยในอิสราเอลจึงเป็นปลายทางที่สมบูรณ์ของการฟอกข้อมูลจนกลายเป็นเรื่องเล่าชุดใหม่ว่า “ชายไทยไปเป็นทหารรับจ้างของอิสราเอลในคราบแรงงาน”

โดยหากรวบรวมและเปรียบเทียบเนื้อหาทั้งหมดและแบ่งเป็นขั้นตอน แบบง่าย ๆ จะพบว่ามีข้อเหมือนและต่างกันตามตารางด้านล่างนี้

ลำดับวันที่ผู้เผยแพร่แพลตฟอร์มประเทศสิ่งที่ถูกบิดเบือนหรือเพิ่มเติม
1.ต้นทาง3 พ.ย. 66

EL MUNDO

เว็บไซต์สเปน ระบุชัดว่าไม่ได้รบแนวหน้าและไม่ใช่คนไทย
2.เริ่มป้ายสี5 พ.ย. 66

Quds News

Xปาเลสไตน์เติมคำว่า “นีโอนาซี” และเปลี่ยนที่ทำงานจากด่านตรวจเป็น “ในฉนวนกาซา”
3.เพิ่มชาวเอเชีย6 พ.ย. 66

สถานการณ์ตะวันออกกลาง by ข่าวโลกที่3

Facebookไทยระบุว่ามีทหารรับจ้างจากเอเชีย
4.เพิ่มคนไทย7 พ.ย. 66World Update BlockditFacebookไทยเริ่มชี้นำว่า “แรงงานไทย” คือกลุ่มที่แอบแฝงไปเป็นทหารรับจ้าง
5.ตอกย้ำด้วยเงิน9 พ.ย. 66สถาบันทิศทางไทยFacebook/Youtubeไทยเน้นย้ำเรื่องเงินก้อนโตเพื่อสร้างความเชื่อว่า “ที่แรงงานไทยไม่กลับเพราะเงิน”
6.เพิ่มคนไทยรับจ้างรบ19 พ.ย. 66SondhitalkFacebook/Youtubeไทยฟอกข้อมูลจนกลายเป็นเรื่องเล่าชุดใหม่ว่า “ไทยเป็นทหารรับจ้างในคราบแรงงาน”

ความจริงที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

การเดินทางของข้อมูลจาก El Mundo ถึง Sonthitalk (คุยทุกเรื่องกับสนธิ) ใช้เวลาทั้งหมด 16 วัน และในระหว่างทางบทสัมภาษณ์ของทหารเฝ้าด่านชาวสเปนก็ถูกเปลี่ยนไปจนกลายเป็นทหารรับจ้างชาวไทย และเกิดเป็นเรื่องเล่า หรือ narrative ใหม่ โดยเนื้อหาต้นฉบับถูกแต่งเติมไปเรื่อย ๆ และถูกฟอกให้ขาวสะอาดในไทย

ภาพต้นฉบับ (ซ้าย) vs ภาพตัดต่อ (ขวา) : ข้อมูลจาก El Confidencial

สิ่งที่น่าตกใจคือขณะที่สื่อในสเปนอย่าง El Confidencial[22] ได้เผยแพร่บทความชื่อว่า “จอมลวงโลกแห่งสมรภูมิ: เปิดโปง ‘ทหารรับจ้างสเปน’ ที่อ้างว่ารบในอิสราเอล แท้จริงคือตัดต่อภาพ!” ที่ได้ขุดคุ้ยจนพบความจริงว่า นายเปโดร แหล่งข่าวต้นทางที่สื่ออย่าง El Mundo สัมภาษณ์นั้น แท้จริงแล้วเป็น “จอมลวงโลกแห่งสมรภูมิ” ที่มีประวัติหลอกลวงในหลายประเทศ และยอดเงิน 3,900 ยูโร ที่เขากล่าวอ้างก็เป็นเพียงราคาคุยที่ไม่มีอยู่จริง[23] การพิสูจน์ของสื่ออย่าง El Confidencial ทำผ่านทั้งการตรวจสอบชื่อทหาร การพยายามนัดเจอในอิสราเอล จนท้ายที่สุดทางนายเปโดรก็ได้ปิดช่องทางติดต่อ และไม่สามารถติดต่อได้อีก

โดยเนื้อหาเต็มของบทความนี้ทางผู้เขียนได้ว่าจ้างให้มีการแปลจากภาษาสเปนเป็นภาษาไทย โดยสามารถอ่านเนื้อหาต้นฉบับภาษาไทยได้จาก ลิงก์นี้

โดยเผยแพร่หลังจากบทสัมภาษณ์ต้นฉบับเพียง 3 วันเท่านั้นหรือตรงกับวันที่ทางเพจ World Update ใน Blockdit ได้เผยแพร่เนื้อหานั้น แต่ความจริงที่ว่าสิ่งที่เปโดรพูดเป็นเรื่องที่พิสูจน์ไม่ได้ ก็ไม่ได้ช่วยหยุดการกระจายคำโกหกของเขาในไทยแต่อย่างใด

น่าเสียดายที่ “เครื่องซักฟอกข้อมูล” ในไทยทำงานเร็วและละเลยความจริง ข้อมูลที่ถูกฟอกแล้วได้กลายเป็นวาทกรรมโจมตีแรงงานไทยไปเรียบร้อยแล้ว โดยสร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของแรงงานที่กำลังหนีตายจากสงคราม และแม้ว่าภาพลักษณ์ที่ถูกสร้างบนข้อมูลที่บิดเบือนนี้จะเป็นเหตุการณ์เกิดขึ้นในปี 2023 และแม้จะมีความพยายามของกระทรวงต่างประเทศในการยืนยันว่าไม่มีแรงงานไทยแฝงตัวไปเป็นทหารรับจ้าง[24] แต่ความเชื่อที่เกิดจากข้อมูลบิดเบือนแบบนี้ก็ได้ถูกนำเอามาใช้ภายหลังอีกหลายครั้งในปีต่อ ๆ มาจนถึงปัจจุบัน[25][26][27][28]

ด้วยเหตุนี้เองการบิดเบือนข้อมูลจนทำให้แรงงานไทยกลายเป็นทหารรับจ้างจึง ไม่เพียงเพิ่มความเสี่ยงให้กับแรงงานไทยกว่า 65,000 คน ในปัจจุบัน แต่ยังได้ถูกใช้ในการสร้างความแตกแยกระหว่างคนในประเทศอีกด้วย

‘เครื่องซักฟอกข้อมูล’ ข่าวปลอมในสงครามโซเชียลมีเดีย


หากไล่เรียงตามไทม์ไลน์ “เครื่องซักฟอกข้อมูล” เวลา 16 วัน เปลี่ยนแปลงข่าวบทสัมภาษณ์ทหารปลอม จนถึงแรงงานไทยเป็นทหารรับจ้าง ในช่วงเหตุปะทะระหว่างประเทศอิสราเอลกับกลุ่มติดอาวุธฮามาสและกองกำลังปาเลสไตน์ ในปี 2023 นั้น ไม่ใช่มีแค่กรณีข้างต้นเท่านั้น Cofact หรือ องค์กรภาคีการแก้ปัญหาข่าวลวงประเทศไทย มีการตรวจสอบข่าวลวงหลายข่าวในโลกโซเชียลมีเดียของประเทศไทยเช่น “ตัวประกันอิสราเอลยกย่องกลุ่มฮามาส” เนื้อหาเท็จจากตะวันออกกลางลามสู่ไทย , ชาวปาเลสไตน์จ้างนักแสดง ‘แกล้งตาย-เจ็บ’ ในศึกกาซาจริงหรือ?

กุลชาดา ชัยพิพัฒน์ ที่ปรึกษาภาคีโคแฟคประเทศไทย (Cofact ) ให้ความเห็นต่อกรณีการเกิดขึ้นของข่าวปลอมในช่วงสงคราม ว่า ในสงครามข้อมูลข่าวสารและการดินรนแข่งขันของสื่อในโลกโซเชียลมีเดีย ทำให้เกิดการสื่อสารที่ผิดพลาด โดยเฉพาะกรณีที่ไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ หรือทำได้ยาก ด้วยความเร็วที่ต้องแข่งขันทำให้บางครั้งเกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้บ่อยในกรณีสื่อมวลชน โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดเหตุการณ์ปะทะหรือสงคราม

สื่อไทยเคยตกเป็นเหยื่อข่าวลวงในช่วงรัสเซียบุกยูเครน และความขัดแย้งหลายพื้นที่ที่ตามมา ทำให้สื่อระวังตัวมากขึ้น อาจไม่หยิบเรื่องนี้มานำเสนอหรือเข้าไม่ถึงข้อมูล แต่จุดที่น่าสนใจตัวอย่างฟอกข่าวที่ยกมานั้น คือการเชื่อมโยงให้เห็นว่าข่าวลวงที่เกิดขึ้นไกลมากนั้น กลับมากระทบกับไทยได้อย่างไร ซึ่งพอสรุปผลกระทบออกมาแล้ว มันน่าห่วงมากเลย

 

ผลกระทบต่อข่าวปลอม ของแรงงานไทยในอิสราเอล


“พวกคนอีสานไม่มีอันจะแดก ขี้ข้าและทาสคนยิว”
นายไข่ไก่ (นามสมมุติ) แรงงานไทยในประเทศอิสราเอล ยกตัวอย่างคำดูถูกที่เกิดขึ้นในโลกโซเชียลมีเดียในทุกเแพลตฟอร์มที่มีการขยายข่าวว่าพวกเขาเป็นทหารรับจ้าง

วาทกรรมเหล่านี้ไม่ใช่ว่าจะเกิดในช่วงเหตุการณ์ปะทะปี 2023 เท่านั้น ก่อนหน้านี้ก็มีการพยายามสร้างข้อมูลเท็จ เพื่อใส่ร้ายแรงงานไทยในอิสราเอล เช่น “พวกอีสานไปช่วยยิวสร้างเมือง” วาทกรรมเหล่านั้นถูกผลิตซ้ำขึ้นมาในโซเชียลมีเดีย

ข่าวปลอมเรื่องแรงงานไทยเป็นทหารรับจ้างในอิสราเอล ส่งผลกระทบโดยตรงกับ นายไก่ไข่และแรงงานที่อยู่อิสราเอลในขณะนั้น เกิดการคอมเม้น ทักแชทมาในบัญชีโซเชียลมีเดียของแรงงานไทย จากกลุ่มอิสลามในประเทศไทยบางกลุ่ม ทั้งมีบัญชีไม่ระบุตัวตน รวมถึงแม้กระทั่งเพื่อนที่เคยรู้จักกัน

เขาทักแชทมา ค่าจ้างเป็นทหารคงแพง พูดประชดประชัน บางคนก็ไม่คุยกับเราอีกเลย … เขาเชื่อไปแล้วว่าเราเป็นทหารรับจ้าง เขามีความเชื่อว่าเรามาช่วยอิสราเอล

นายไข่ไก่ ยังได้แสดงความกังวลต่อการสร้างข่าวปลอม ที่บิดเบือนจากความเป็นจริงในเรื่องของแรงงานอิสราเอล ว่าจะส่งผลกระทบต่อถึงขั้นล่าแม่มดจากโซเชียลมีเดียสู่ชีวิตจริง

มีกลุ่มของ เต้ อาชีวะ ที่ไล่ล่าชาวยิวที่อยู่ในประเทศไทย ทั้งที่เขานำเงินเข้ามาให้ประเทศ เป็นนักท่องเที่ยวอิสราเอล ถ้าเขาผิดก็ควรว่ากันตามกฏหมาย พวกเขาใช้สิทธิอะไรไปไล่ล่าคนอื่น

‘จากสงครามข้อมูลข่าวสารถึงข่าวปลอม’ ในห้วงสงครามเป็นสิ่งที่ควรระวัง

ศ.ดร.จรัญ มะลูลีม นักวิชาการรัฐศาสตร์ระหว่างประเทศและอิสลามศึกษา ให้ความเกี่ยวกับสงครามข้อมูลข่าวสารว่า ในการต่างประเทศสงครามข้อมูลข่าวสาร เกิดขึ้นได้จากทุกฝ่าย ในวันที่การสื่อสารไร้พรมแดน ยิ่งเป็นสิ่งที่ควรระวัง

สิ่งสำคัญที่ต้องระวังในการรับข่าวสารคือต้องแยกแยะให้ถูกต้อง ติดตามสื่อที่น่าเชื่อถือ ไม่เหมารวมอัตลักษณ์ โดยเฉพาะประเทศที่ไม่ได้อยู่ในความขัดแย้งโดยตรงเช่นไทย ต้องค่อยระวังในเรื่องของการรับสื่อให้มาก ๆ

กุลชาดา ชัยพิพัฒน์ ที่ปรึกษาภาคีโคแฟคประเทศไทย (Cofact ) อธิบายการเกิดขึ้นของข่าวปลอมในช่วงสงครามว่า ในช่วงสงครามมีแรงจูงใจหลายอย่างที่ทำให้เกิดข่าวปลอม ทั้งเรื่องการแข่งขันเพื่อเอนเกจเม้นต์ (Engagement) และลักษณะของความแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่คัดเลือกคอนเท้นในความเห็นคล้าย ๆ กันในการกำหนดอัลกอริทึม (Algorithm) แสดงบนหน้าฟีดแพลตฟอร์ม ทำให้เกิดการรับข้อมูลข่าวสารด้านเดียว หรือ Echo Chamber โดยปิดกั้นข้อมูลมุมมองอื่นส่งผลต่อความเชื่อในเรื่องนั้น มองทุกอย่างเป็น ขาว-ดำ (Polarize)

สำหรับการเฝ้าระวังข่าวปลอมนั้น กุลชาดา ชัยพิพัฒน์ เสนอว่า ในขั้นตอนแรกการสื่อสารจากสำนักข่าว ระบบของบรรณาธิการ ต้องมีการตรวจสอบความถูกต้อง (Recheck) และดูความน่าเชื่อถือตรวจสอบไปที่ต้นต่อของข่าวโดยเฉพาะข่าวที่อ้างอิงจากแหล่งที่มาอื่น (Fact Check) ก่อนที่จะนำเสนอ และผู้รับสื่อเองก็ต้องเลือกดูจากสำนักข่าวที่น่าเชื่อถือ ไม่รีบตัดสินใจความจากยอดไลก์ยอดแชร์


เนื้อหาที่เผยแพร่นี้ได้รับการสนับสนุนจากองค์กร Internews ภายใต้โครงการ Indo-Pacific Media Resilience หรือ IPMR


  1. จากผู้เสียชีวิตที่ไม่ใช่สัญชาติอิสราเอลทั้งหมด 71 คน เป็นชาวไทยถึง 42 คน นั้นหมายถึงว่ากว่า 60% คือชาวไทย อ้างอิง https://www.france24.com/en/live-news/20231215-israel-social-security-data-reveals-true-picture-of-oct-7-deaths

  2. https://www.mol.go.th/news/%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%8a-%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2-%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%a5-%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4

  3. El Mundo (เอล มุนโด) เป็นหนังสือพิมพ์รายวันรายใหญ่ของประเทศสเปน ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1989 มีฐานการดำเนินงานหลักอยู่ในกรุงมาดริด ถือเป็นสื่อทรงอิทธิพลที่มีผู้อ่านมากเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศ ที่มีคนอ่านมากที่สุดทางออนไลน์และยอดขายกว่า 138,000 เล่มต่อวันในปี 2018 โดยหนังสือพิมพ์ฉบับนี้มีชื่อเสียงโดดเด่นในด้านข่าวสืบสวนสอบสวนและการเปิดโปงประเด็นอื้อฉาวทางการเมืองและเศรษฐกิจ

  4. แปลมาจากชื่อในภาษาสเปนที่ใช้ชื่อว่า “Cobra “3.900 euros por semana” : Un mercenario español ayudando a combatir a Hamas en Gaza: “Pagan muy bien, buena equipación y trabajo tranquilo”

  5. Quds News Network (@QudsNen): สื่ออิสระของปาเลสไตน์ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2011 บนแพลตฟอร์ม X (ปัจจุบันมีผู้ติดตามกว่า 618,000 คน) วางตัวเป็นเครือข่ายข่าวเยาวชนปาเลสไตน์ที่รณรงค์ด้านเสรีภาพและสิทธิมนุษยชน เนื้อหาส่วนใหญ่มักนำเสนอข่าวสาร วิดีโอ และสถานการณ์ความขัดแย้งอิสราเอล-ปาเลสไตน์ รวมถึงเหตุการณ์ในฉนวนกาซาและเขตเวสต์แบงก์ โดยเป็นการรายงานที่สะท้อนวาทกรรมผ่านมุมมองที่สนับสนุนปาเลสไตน์ (Pro-Palestinian) เป็นหลัก

  6. เนื้อหาต้นฉบับในฉบับที่จัดเก็บไว้คือ https://archive.ph/sMQRz

  7. เนื้อหาต้นฉบับ https://www.facebook.com/photo?fbid=122116620794082617&set=a.122100887156082617

  8. จากการตรวจสอบผ่านข้อมูลพื้นฐานของเพจและการวิเคราะห์เนื้อหา ทำให้เราพบว่าทางเพจสถานการณ์ตะวันออกกลาง by ข่าวโลกที่3 น่าจะสามารถถูกจัดกลุ่มอยู่ในกลุ่มของเพจที่มีเนื้อหาสนับสนุนประเทศอิหร่านและปาเลสไตน์ เนื่องจากเนื้อหาส่วนใหญ่ที่โพสต์และอาจะมีความสัมพันธ์กับกลุ่ม สำนักข่าวนักศึกษาชาวอิหร่าน เนื่องจากมีการใส่ชื่อของเว็บไซต์ http://isna.ir# หรือเว็บไซต์ของ สำนักข่าวนักศึกษาชาวอิหร่าน ไว้ในส่วนคำอธิบายเพจ ดังนั้นแนวคิดของเพจสถานการณ์ตะวันออกกลาง by ข่าวโลกที่3 น่าจะสอดคล้องกับแนวคิดของ Quds News ในบางส่วน

  9. Blockdit คือแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียไทยที่เน้นสาระและความรู้โดยเฉพาะ โดดเด่นด้วยการจัดวางเนื้อหาเป็น “บล็อก” ที่อ่านง่าย สบายตา และเน้นระบบติดตามเพจตามความสนใจแทนการใช้ระบบเพื่อนแบบโซเชียลทั่วไป เพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ที่ปราศจากข่าวปลอมและเรื่องส่วนตัว นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้คอนเทนต์ครีเอเตอร์สร้างรายได้ผ่านบทความ วิดีโอ และพอดแคสต์จากยอดการอ่านและของขวัญจากผู้ติดตามได้อีกด้วย (https://www.blockdit.com/faqs)

  10. https://www.blockdit.com/posts/654a4e0bb1c29a6a3a583ac6 , เวอร์ชั่น archive (https://archive.ph/5b28E)

  11. สถาบันทิศทางไทย (Thai Move Institute) ได้ทำการเปลี่ยนชื่อช่องทางสื่อสารหลักและการดำเนินรายการเป็น The Critics – เดอะคริติคส์ หรือ The Critics Live อย่างเป็นทางการ โดยมีการเปิดตัวช่อง YouTube ใหม่ภายใต้ชื่อ @ThecriticsLive ซึ่งเริ่มถ่ายทอดสดแบบเต็มรูปแบบตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม 2569 ทั้งนี้ การปรับเปลี่ยนดังกล่าวนำโดยนายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม เพื่อขยายขอบเขตการนำเสนอข่าวและบทวิเคราะห์ทางการเมืองให้เข้มข้นขึ้นในรูปแบบ “The Critics TV” ในขณะที่ยังคงทีมวิทยากรชุดเดิมและเนื้อหาที่เน้นการวิเคราะห์ประเด็นทางสังคมและการเมืองไทย

  12. https://www.youtube.com/watch?v=pzfR_9oHYBA

  13. โครงการ Mahal (หรือ Mahal IDF Volunteers) เป็นโครงการอาสาสมัครทหารของกองทัพอิสราเอล (IDF) ที่เปิดให้คนต่างชาติ (ส่วนใหญ่เป็นชาวยิวจากต่างประเทศ) เข้ารับราชการทหารระยะสั้น 14–18 เดือน โดยไม่ต้องย้ายถิ่นฐานถาวร (Aliyah) ผู้เข้าร่วมได้รับการฝึกอบรมเหมือนทหารอิสราเอลปกติ ได้รับเงินเดือนตามอัตราทหาร IDF (ประมาณ 1,000–2,500 ILS/เดือน) และเสี่ยงชีวิตในภารกิจจริง โครงการนี้มีมาตั้งแต่ปี 1948 เพื่อเชื่อมโยงชาวยิวทั่วโลกกับอิสราเอล (ข้อมูลจากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ: mahal.org.il)

  14. https://archive.ph/nWemv#selection-175.0-631.20

  15. https://x.com/QudsNen/status/1720953199308251182, https://archive.ph/sMQRz

  16. https://institute.aljazeera.net/en/ajr/article/2553

  17. https://www.facebook.com/photo?fbid=122116620794082617&set=a.122100887156082617

  18. ดูสถานที่อยู่ของผู้จัดการเพจได้ที่หน้าเกี่ยวกับใน https://www.facebook.com/ads/library/?active_status=active&ad_type=all&country=ALL&is_targeted_country=false&media_type=all&search_type=page&sort_data[mode]=total_impressions&sort_data[direction]=desc&source=page-transparency-widget&view_all_page_id=159230437266643

  19. https://www.blockdit.com/posts/654a4e0bb1c29a6a3a583ac6

  20. https://archive.ph/5b28E

  21. El Confidencial เป็นสำนักข่าวออนไลน์ ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2001 ปัจจุบันเป็นผู้นำในกลุ่มสื่อออนไลน์ของสเปน โดยมีผู้เข้าชมมากกว่า 15 ล้านคนต่อเดือน เน้นเนื้อหาด้าน เศรษฐกิจ การเงิน และการเมือง เป็นหลัก รวมถึงมีชื่อเสียงจากการทำข่าวเจาะลึกและประเด็นเชิงวิเคราะห์

  22. https://www.elconfidencial.com/mundo/2023-11-07/mercenario-espanol-que-no-era-israel_3768742/

  23. https://www.thaipbs.or.th/news/content/333653

  24. https://www.facebook.com/watch/?v=1099415014806028&rdid=nibt8D0HQBEGdIzP

  25. https://www.facebook.com/mu.ham.hmad.sed.sa.xif.tha.khen.chi.ro/posts/pfbid02rvz8bvgSGRQH7wtynGBri9mdFjDLVhVegaEdEQYfKvB5LagbM5pu4wFwGHLiHhQhl?rdid=sVPmWS4COKZF63O8#

  26. https://www.facebook.com/pornrit.soumapanao/posts/pfbid029MJJ8QsM5ZimnbBKre35rnpWq92DfymdWKt3E4NqesVtuabVB2XGLPUdC4YKyedSl?rdid=W1hW13B3zU2J3a61#

  27. https://www.facebook.com/share/p/188EtRSuR3/

  28. https://www.facebook.com/ThaiPBSNews/posts/2008-%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B9%80%E0%B8%9C%E0%B8%A2-%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%A5-%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2-65000%E0%B8%84%E0%B8%99-%E0%B9%81%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A7-%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%99-20%E0%B8%84%E0%B8%99-%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%B4%E0%B8%99/1421792589977195/


บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง